คอนโด เดอะ ไลน์ ราชเทวี The Line Ratchathewi ใกล้ BTS ราชเทวี ตั้งอยู่ติดถนนเพชรบุรี ตรงปากซอยเพชรบุรี 18 ทำเลถือว่าอยู่ใจกลางเมือง ย่านนี้เป็นแหล่งพาณิชยกรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯก็ว่าได้ อยู่ใกล้สถานที่สำคัญๆทั้งห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ อาคารสำนักงานต่างๆ โรงแรม โรงเรียน มหาวิทยาลัย ซึ่งเมื่อใกล้สถานที่สำคัญแบบนี้แล้วเรื่องความอุดมสมบูรณ์คงไม่ต้องพูดถึง ย่านนี้ของกินเพียบครับตั้งแต่ร้านเล็กๆริมทาง ไปจนถึงร้านหรูๆในห้างสรรพสินค้า มี 7-11 ใกล้ๆตรงปากซอยกรุงเทพการบัญชี

และจุดเด่นของทำเลโครงการคือซอยกรุงเทพการบัญชี ซอยนี้เชื่อมกับด้านหลังพารากอนห่างจากโครงการประมาณ 700 ม. ลูกบ้านจากโครงการถ้าใช้รถ หรือเดินมาจากพารากอนถือว่าสะดวกเลย แต่ถ้าเป็นโครงการฝั่งตรงข้าม หรือฝั่งเลขคี่ต้องไปกลับรถครับ เพราะซอยห้ามเลี้ยวขวา นอกจากนี้ถ้าเดินย้อนไปทางแยกประตูน้ำก็จะมีร้านค้าต่างๆตามริมทางเดิน มีห้างสรรพสินค้าให้เลือกช้อปทั้งสองฝั่งเลย

การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัว – เป็นจุดที่สามารถเชื่อมต่อออกไปยังที่ต่างๆได้สะดวกพร้อมทั้งอยู่ใกล้ทางด่วน และมีซอยย่อยที่ลัดเลาะไปได้โดยไม่ต้องใช้เส้นหลัก ตรงแยกราชเทวีเลี้ยวซ้ายไปสยาม เชื่อมเข้าสุขุมวิทได้เลย ขับตามแนว BTS ยาวออกไปบางนาสมุทรปราการได้เลย หรือตรงตามถนนพญาไทไปออกสามย่าน หัวลำโพงได้ ถ้าตรงข้ามแยกราชเทวีไปนางเลิ้ง สามเสน เลยไปขึ้นขึ้นสะพานพระราม 8 ไปลงปิ่นเกล้า หรือยิงยาวขึ้นทางคู่ขนานลอยฟ้าบรมราชชนนีออกพุทธมณฑลสายต่างๆ ถ้าจะไปฝั่งอนุสาวรีย์ชัยฯ ต้องกลับรถใต้สะพานหัวช้าง จากนั้นก็มุ่งหน้าผ่านแยกพญาไท และเข้าอนุสาวรีย์ชัยฯ ถ้ามาทางแยกประตูน้ำ ถนนราชปรารภวิ่งไปรางน้ำ อนุสาวรีย์ชัยฯ ได้อีกทาง และออกดินแดง วิภาวดีรังสิตได้ ถ้าเลี้ยวเข้าราชดำริมาออกเพลินจิต หรือตรงไปออกพระรามสี่ และสีลม สาทร สวนลุมได้ ถ้าวิ่งตามเส้นเพชรบุรีจะไปเข้าซอยย่อยสุขุมวิททางท้ายซอยได้

การเดินทางด้วยรถสาธารณะ – จุดเด่นของโครงการคืออยู่ห่างจาก BTS ราชเทวีประมาณ 220 ม. ถึงบันไดเลื่อนขึ้นตัวสถานีได้เลย เป็นระยะที่เดินสบายๆครับ มีทางเท้าเดินสะดวกตั้งแต่หน้าโครงการถึงบันไดเลื่อน ห่างจาก BTS พญาไทประมาณ 650 ม.ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อกับ Airport Rail Link พญาไท ถ้าเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิบ่อยๆผมว่าสะดวกและประหยัดค่าใช้จ่ายไปได้เยอะพอสมควรครับ หรือจะมาขึ้นที่ BTS สยามซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสายระหว่างสุขุมวิทและสายสีลม ระยะเดินประมาณ 900 ก็พอเดินได้ครับเข้าพารากอนเดินแอร์เย็นๆไปเชื่อมออกสถานีได้เลย ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีส้มตัดผ่านเส้นเพชรบุรี โดยเป็นแนวรถไฟฟ้าที่เชื่อมระหว่างกรุงเทพฯฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก สถานีที่ใกล้โครงการคือสถานีราชเทวี และสถานีประตูน้ำแต่คงต้องรออีกสักพัก

นอกจากนี้ด้านหน้าโครงการยังมีวินมอเตอร์ไซค์เรียกใช้ได้เลย ตรงปากซอยเพชรบุรี 20 มีป้ายรถเมล์ มีรถวิ่งผ่านไปมาหลายสายเกือบตลอดทั้งคืน มีสะพานลอยเดินข้ามฝั่งได้สะดวก ใต้สะพานลอยก็มีวินมอเตอร์ไซค์ Taxi โบกเรียกด้านหน้าได้เลย ถ้ามาแถวประตูน้ำจะมีรถตู้ให้บริการหลายสายไม่ว่าจะไปรังสิต ดอนเมือง สะพานใหม่ ลาดพร้าว สี่พระยา โบกขึ้นได้เลยครับ นอกจากนี้ยังมีระบบขนส่งทางน้ำเรือโดยสารคลองแสนแสบ ท่าเรือที่ใกล้โครงการคือท่าเรือสะพานหัวช้างระยะเดินจากโครงการมาประมาณ 750 ม. และท่าเรือประตูน้ำประมาณ 900 ม. เผื่อใครเบื่อรถติดจะนั่งเรือไปต่อ MRT ก็เป็นทางเลือกที่ดี

การออกแบบโครงการและวัสดุ – ตัวอาคารออกแบบมาเรียบหรูสไตล์แสนสิริ สถาปนิกที่ออกแบบโครงการนี้คือสมดุล ออกแบบโครงการสวยๆมาแล้วหลายโครงการ ตัวอาคารรูปทรงตัว L มีลูกเล่นที่ Facade ตกแต่งด้วยระแนงอลูมิเนียมสี Copper ถูกดีไซน์ด้วย Parametric Program ที่เจาะจงไล่ความลึกตึ้นไม่เท่ากัน เพื่อให้เกิดมิติที่หลากหลาย เมื่อมองในองศาที่ต่างกัน สลับกับเส้นไฟ LED เวลากลางคืนแสงสะท้อนกับอลูมิเนียมดูสวยไปอีกแบบ นอกจากนี้ตรง Facade ยังมีแผ่นหินแกรนิต Matrix นำเข้าจากอิตาลีตกแต่งอีกด้วย สีภายนอกอาคารจะออกโทนเทาเข้ม โครงการตั้งอยู่บนพื้นที่ดินขนาด 1-2-0 ไร่ ซึ่งมีการจัดวางผังได้เต็มพื้นที่มีสวนด้านหน้า เชื่อมยาวไปด้านหลังโครงการ ชั้น 1-10 เป็นชั้นจอดรถ ชั้นพักอาศัยเริ่มที่ชั้น 11-37 และจัดพื้นที่ส่วนกลางหลักๆไว้ที่ชั้น 1, 11, 31 และ 38

การออกแบบในห้องพักอาศัยมีให้เลือกแบบหลักๆคือ Studio ขนาด 27.75 ตร.ม. , 1 Bed ขนาด 32-34.75 ตร.ม. , 2 Bed 1 Bath ขนาด 49.25-54.75 ตร.ม. , 2 Bed 2 Bath ขนาด 59-79.5 ตร.ม. , 3 Bed 2 Bath ขนาด 85 ตร.ม. , 3 Bed 3 Bath ขนาด 105 ตร.ม. , Duplex 2 Bed ขนาด 69.75 ตร.ม. , Penthouse 3 Bed 3 Bath ขนาด 119.5 ตร.ม. โดยทางโครงการขายแบบ Fully Fitted ที่ให้ชุด Built-in มาบางส่วน เริ่มจากประตูห้องได้ Digital door lock ของ Samsung ชุดเคาน์เตอร์ครัวได้อ่างล้างจานแบบหลุมเดียวของ Mex ได้เตาไฟฟ้าหน้าเซรามิคพร้อมเครื่องดูดควันของ Smeg ท็อปเคาน์เตอร์ครัวเป็นหิร Black Galaxy Granite กระจกหน้าต่างและประตูในห้องจะเป็นสี Euro Grey เฟรมอลูมิเนียม ทำสี Powder coated ภายในห้องนอนจะได้ตู้เสื้อผ้า ภายในห้องน้ำสุขภัณฑ์ของ Cotto พร้อมฉากกั้นส่วนเปียก แอร์ตรงส่วนห้องนั่งเล่นจะได้แบบฝังฝ้า ส่วนห้องนอนจะได้แบบติดผนัง พื้นห้องส่วนครัวได้เป็นกระเบื้องเซรามิคขนาด 60 x 60 ซม. ส่วนตรงห้องนั่งเล่นและห้องนอนได้เป็น Engineer Wood ฝ้าสูง 2.75 ม.

สิ่งอำนวยความสะดวก – Facility โครงการนี้ให้มาค่อนข้างดี และดีกว่า The Line ทุกตัวของแสนสิริเอง แต่ก็ต้องแลกกับค่าส่วนกลางที่สูงตามไปด้วย อยู่ที่ 90 บาท/ตารางเมตร ที่นี่ออกแบบมาได้สวยและน่าใช้งานไม่เสียชื่อแสนสิริ หลักๆของโครงการอยู่ที่ชั้น 1, 11, 31, 38 ที่ชั้น 1 ด้านหน้าโครงการมีสวนยาวเชื่อมผ่านเข้ามาถึงด้านหลังโครงการตกแต่งต้นไม้มาได้ร่มรื่น เข้ามาในตัวอาคารจะเป็นส่วนของ Lobby โดยที่พื้นให้หินอ่อน Jaguar Pink ที่ผนังใช้ Statuario Marble แบบต่อลาย วางเก้าอี้รุ่น MT3 Rocking Chair ออกแบบโดยดีไซน์เนอร์ชื่อดังชาวอังกฤษ Ron Arad และโชว์ Chandelier แบรนด์ของ OCHRE ซึ่งเป็นงานทำมือ ตรงส่วนของ Mail Box สามารถใช้ The Line Rabbit Card แตะเพื่อเปิดรับของได้เลย มีส่วนของตู้ Smart Locker เป็นเทคโนโลยีใหม่ของแสนสิริที่จะช่วยให้การรับ-ส่งพัสดุของลูกบ้านง่ายดายยิ่งขึ้น พื้นและผนังตรงส่วนโถงลิฟท์ใช้หินอ่อน White Venus

ที่ชั้น 11 จะมีสระว่ายน้ำระบบเกลือขนาด 22 x 5 ม. ลึก 1.2 ม. แบ่งสระเด็กขนาด 3.5 x 4.5 ม. ลึก 50 ซม. โดยความพิเศษที่พื้นสระจะซ่อนไฟ จำลองหมู่ดาวในทางช้างเผือก ให้คุณรู้สึกเหมือนแหวกว่ายอยู่ใน Universe แบบเดียวกับที่โครงการ The Monument สนามเป้า นอกจากนี้ยังมี จอโปรเจคเตอร์ไว้เปิดหนังชมได้ พร้อมระบบเสียงชั้นเยี่ยมจากลำโพง BOSE เหมือนมีโรงหนังส่วนตัว ที่พื้นรอบสระว่ายน้ำใช้หินอ่อน Grey Travertine (Anti-slip finished) ที่ผนังเป็นหิน Fusion Red Marble นำเข้าจาก Brazil มีห้องฟิตเนสให้เครื่องออกกำลังกายแบรนด์ Technogym แบรนด์ดังจากอิตาลี ไปชั้นนี้สามารถปรับเปลี่ยนสีได้ตามต้องการ มีห้องน้ำแยกชายหญิงพร้อมห้อง Steam และตู้ Smart Locker เพียงใช้ Key Card แตะ

ที่ชั้น 31 จะมี Library & Co-working space, Roof Garden ภายในห้อง Library แบ่งเป็น 2 ชั้น แบ่งที่นั่งไว้ตามมุมต่างๆ มีเก้าอี้ Lounge Chair สีดำ 2 ตัว ออกแบบโดย Alexander Wang ดีไซเนอร์ชื่อดังของอเมริกา ที่ออกแบบให้กับ Poltrona Frau แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับไฮเอนท์ มี Sound Dome ไว้ฟังเพลงและไม่รบกวนผู้อื่น ที่ชั้น 2 จะเป็นห้องประชุม และ Co-working space ชั้น 31 จะมีทางเดินเชื่อมออกมาสวนด้านหน้ามี Pavilion พร้อมปลั๊กไฟที่ใช้ไฟจาก Solar cell ห้อง Laundry ก็อยู่ที่ชั้นนี้ด้วย มีเครื่อง Refun Waste Machine มีเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าแบบหยอดเหรียญ เป็นระบบของ Trendy Wash ที่แสนสิริไปร่วม Partner

ที่ชั้น 38 จะเป็น Roof top garden จะเป็นสวนหย่อมทั้งชั้น มีทั้งไม้ใหญ่ไม้พุ่ม พร้อมพื้นที่นั่งพักผ่อนลูกบ้านสามารถขึ้นมารับลมชมวิวกันได้ครับ

นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีใหม่ๆจากแสนสิริคือระบบ Smart Move บริการเช่ารถส่วนกลาง BMW i3, มี EV Charging Station จำนวน 2 เครื่อง 4 หัวจ่ายไฟฟ้า Key Card ที่นี่จะเรียกว่า The Line Rabbit Card สามารถใช้เข้าออกโครงการ ห้องพักอาศัย การใช้งานส่วนกลางในโครงการ และใช้ขึ้นรถไฟฟ้า BTS รวมถึงชำระค่าสินค้าและบริการ ณ ร้านค้าชั้นนำที่รองรับบัตรแรบบิทได้อีกด้วย Wifi ฟรีที่ชั้นส่วนกลางทั้งหมด ลิฟท์โดยสารมีให้ 3 ตัว และลิฟท์ขนของ 1 ตัว ที่จอดรถจอดได้ที่ชั้น 1-10 และมีที่จอดรถแบบอัตโนมัติจำนวน 16 คัน ทั้งโครงการจอดได้ประมาณ 67% ไม่รวมซ้อนคัน ระบบรักษาความปลอดภัยมีรปภ. มี CCTV และผ่านเข้าออกด้วยระบบ Key Card Access